rgb72 Blog, Technology, Internet Marketing, Hardware, Software, and Web Design Reviews

วันจันทร์ที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

มาดู Poster "Harry Potter and the Half-Blood Prince" กับการออกแบบที่แปลกตา



วันก่อนขับรถผ่าน billboard อันใหญ่เบ้งอันหนึ่ง มองขึ้นไปพบว่าเป็น billboard โฆษณาภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ตอนใหม่เรื่อง Harry Potter and the Half-Blood Prince

มองขึ้นไปแว่บเดียวจริงๆ เพราะว่ากำลังขับรถอยู่แต่ก็รู้ว่า หนังเรื่องนี้กำลังเข้าฉายอยู่หรือกำลังจะฉายหรืออะไรไม่แน่ใจ รู้แต่ว่ามาแล้วแน่ๆ

ยังไม่ทันพ้นสี่แยก ไฟแดงปรากฎ ทำให้ผมต้องจอดรถ และโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ได้มองเห็น billboard อันนี้ผ่านทางกระจกข้างอีกรอบ จึงได้พบสิ่งที่น่าสนใจมากๆเกี่ยวกับ billboard ของหนังเรื่องนี้

Billboard ของภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาพของพระเอกนางเอก เพื่อนพระเอก และพ่อมดปรากฎอย่างเด่นชัด โดยใช้สีโทนน้ำเงินเข้ม พร้อมกับมีตัวอักษรชื่อเรื่องอยู่ทางด้านหลัง

สิ่งที่สังเกตได้ที่ว่าน่าสนใจก็คือ billboard และ poster ของ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีตัวอักษรที่เขียนว่า Harry Potter ได้อย่างชัดเจนเลย มันน่าสนใจตรงที่ว่า แม้ว่าจะไม่มีตัวอักษรที่เขียนชื่อเรื่องว่า Harry Potter แต่เราก็รู้ว่าเป็นเรื่อง Harry Potter

อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ก็คือ ความกล้าของตัว designer ที่ออกแบบ poster นี้ ซึ่งการทำแบบนี้เป็นสิ่งที่กล้ามากที่จะไม่บอกชื่อของสิ่งที่เราต้องการนำเสนอให้ลูกค้าได้เห็นอย่างชัดเจน

เป็นลูกค้าเมืองไทยเราอาจจะไม่ผ่านตั้งแต่นำเสนอ

และนี่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ของ Harry Potter ที่ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอด้วยตัวพระเอก หรือแม้กระทั่งการที่ให้คนดูได้เห็นแค่เครื่องหมายฟ้าผ่า ติ่งเดียวของ logo ก็ทำให้เรารู้ได้โดยไม่ต้องอ่าน เป็นการสื่อสารที่รวดเร็วไปอีกแบบ

ยังไม่จบเท่านี้ ด้วยการที่ layout ของตัวอักษรนั้นเอียง ทำให้ทุกๆอย่างเอียงด้วย แม้กระทั่ง credit ที่อยู่ทางด้านล่าง ทีแรกผมเองก็ตกใจ คิดว่าจะตัดบางส่วนของ credit ออกไปด้วย!! (คิดว่าจะติสซะขนาดนั้น) แต่เปล่าครับ credits นั้นจบ ณ ขอบของ billboard หรือ poster.

ตอนที่ผมเห็นนั้น คำว่า Harry Potter สะกดเป็นภาษาไทย แต่จะมาหารูปใน web เป็นตัวอย่างให้ดูมันหาไม่ได้ง่ายนัก เลยเอาของภาษาอังกฤษมาแทน

แต่ระหว่าง search นั้นก็ไม่วายเจอ version ภาษาเกาหลี ทำให้รู้ว่า คงจะต้องวุ่นวายเปลี่ยนกันทุกประเทศทั่วโลก แล้วก็เลยติดเอามา post ลงให้ดูใน blog นี้ด้วย


work:// weloveshopping.com





อีกครั้ง หลังจากโครงการ truesme ที่เพิ่งจบไป rgb72 ได้รับความไว้วางใจจากทาง true อีกครั้งให้้มาเป็นผู้รับผิดชอบในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับเว็บไซต์ที่มียอดผู้เยี่ยมชมอันดับหนึ่งของ true นั่นคือเว็บไซต์ weloveshopping.com

weloveshopping.com เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการสำหรับธุรกิจขนาดย่อม หรือ SME ให้สามารถเปิดอีกช่องทางหนึ่งในการขายสินค้าของตนได้โดยผ่านทางออนไลน์ โดย weloveshopping.com ทำหน้าที่เป็น tools ตัวหนึ่งเพื่อให้นักธุรกิจสามารถจัดการนำสินค้าของตนขึ้น-ลง จากเว็บไซต์ กำหนดราคาสินค้า กำหนดจำนวนหน้า เพิ่มและลดได้ เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่าง technology ที่น่าปวดหัวกับนักธุรกิจที่ไม่ได้มี know-how ทางนี้มากมายได้เป็นอย่างดี

ทาง rgb72 ได้รับโจทย์มาจากทาง true ว่าต้องการให้เราพัฒนาเฉพาะ flash หน้าแรก ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนจะง่าย แต่ใครจะรู้ว่า flash intro สำหรับ weloveshopping นั้น ไม่ได้เป็นแค่ flash intro ง่ายๆเหมือนที่อื่นๆเค้าทำกัน

Concept นั้นถูกกำหนดมาจากทีม weloveshopping ของทาง true เอง โดยทางทีมแจ้งมาว่าต้องการจะทำ flash ให้มีลักษณะเป็นรูปห้องหลายๆห้อง โดยแต่ละห้องจะนำเสนอเรื่องราวของแต่ละ section ภายในเว็บไซต์ ทั้งนี้ user ต้องสามารถเข้ามาหมุนห้อง เลือกห้อง เองได้

ความยากของงานไม่ได้จบเพียงเท่านี้ requirement ลำดับที่สองคือ ทาง true ต้องการให้พื้นที่ในห้อง สามารถแสดงสินค้าได้ โดยการวางสิ่งของต่างๆลงไปในห้องที่ได้รับการออกแบบ มีโต๊ะ ตู้ เรียบร้อยแล้ว และสิี่งของเหล่านั้น ทาง true ต้องสามารถจัดการหยิบ เอาเข้า เอาออกได้ทุกครั้งที่ต้องการ และสามารถเคลื่อนย้ายไปวาง ณ จุดใดในห้อง ได้อย่างอิสระ

Flash ชิ้นนี้จึงมี PHP เป็นเบื้องหลังสำคัญ ประกอบกับ XML เพื่อทำการเชื่อมต่อระหว่างฐานข้อมูลและตัว Flash เอง

สำหรับด้าน graphic นั้น ทางทีม weloveshopping นั้นมีมือดีในการทำ 3D ดังนั้นจึงช่วยลดขั้นตอนและเวลาในการปั้น 3D ให้ถูกใจลูกค้าได้มากนัก เนื่องจากว่าไม่ต้องมีการส่งไฟล์ไปมาและ comment หลายๆรอบ อย่างไรก็ตามการนำ 3D หลายตัวมาประกอบกันนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

งานชิ้นนี้ต้องบอกว่า designer น๊อต และ ActionScript programmer อย่าง มี่ นั้นต้องใช้กำลังภายในไม่น้อย นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณกำลังสำคัญอย่างคุณโบ๊ทที่มักจะเข้ามาช่วยยามขับขันได้อย่างรวดเร็วทันใจเสมอ

วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒

Michael Jackson กับ Internet


ช่วงนี้ต้องเกาะกระแส ซึ่งจะหนีไปไหนไม่ได้นอกจากเรื่องของ Michael Jackson

CNN.com มีการเขียนข่าวถึงการจากไปของ Michael Jackson ซึ่งมีข่าวหนึ่งพูดถึง Michael Jackson กับ Internet (Jackson dies, almost takes Internet with him http://edition.cnn.com/2009/TECH/06/26/michael.jackson.internet/index.html) ว่า "มีคนเพียงไม่กี่คนบนโลกนี้ที่สามารถทำให้อินเตอร์เน็ทล่มได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Michael Jackson" เพราะหลังจากข่าวการเสียชีวิตของ Michael Jackson นั้น ทำให้มีคนเข้าไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเค้าเป็นจำนวนมาก

ทาง Google แจ้งว่า เวลาประมาณ บ่าย 2.40 ถึง 3.15 ของวันศุกร์ ผู้ใช้บริการข่าวของ Google นั้นมีปัญหาในการเข้าถึงข้อมูลข่าวที่เกี่ยวข้องกับ Michael Jackson นอกจากนี้ ่ตัววัดผลของ Google ที่เรียกว่า Google Trends นั้น จัดให้ความพีกของกระแส Michael Jackson นั้นอยู่ในระดับที่เรียกว่า "Volcanic" หรือ ภูเขาไฟระเบิด

ทาง CNN เองก็โดนไม่แพ้กัน CNN แจ้งว่าจำนวนผู้เยี่ยมชมข่าวของ CNN นั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 20ล้าน page views ใน 1 ชม. ส่วน twitter ก็มีปัญหาให้ต้องได้ล่มกันในวันนั้นด้วย

สำหรับเว็บไซต์ข้อมูลอย่าง wikipedia ได้แจ้งว่า ในวันนั้นมีคนเข้ามา edit แก้ไขข้อมูลของ Michael Jackson เกือบจะ 500 ครั้ง ภายใน 24 ชม. ซึ่งทำให้ wikipedia เองอยู่ในขั้นที่เรียกว่า "Temporarily overloaded"

นอกจากนี้ AOL Instant Messenger โปรแกรม chat ของ AOL ที่เป็นที่นิยมใช้กันมากในอเมริกา ได้ออกมาประกาศว่า AIM ต้องปิดตัวลง 40 นาทีในช่วงบ่าย

ลองเข้าไปฟังเค้าอธิบายเกี่ยวกับกระแสของ Michael Jackson ที่เขย่าวงการอินเตอร์เน็ท ทำให้เกิดัวเลขที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้จาก link นี้ http://edition.cnn.com/2009/TECH/06/26/michael.jackson.internet/index.html#cnnSTCVideo

อ่านแล้วก็ขนลุก มีไม่กี่คนบนโลกจริงๆ ที่สามารถทำให้อินเตอร์เน็ทล่มได้

วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ปัญหาของจินตนาการ

บทความทั้งหมดตัดมาจากหนังสือชื่อ "อัจฉริยะสร้างสุข" โดย หนูดี วนิษา เรช เห็นว่าดี เลยตัดมาให้อ่าน ขออนุญาติไว้ตรงนี้เลยนะครับ

"ผมมีปัญหาเป็นพันๆ เรื่องในชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆเลย" มาร์ค ทเวน

ปัญหาของการจินตนาการมีข้อเดียวคือ เราไม่รู้ว่าจะหยุดใช้เขาเมื่อใด ชีวิตของมนุษย์ส่วนใหญ่จึงเหมือนตกอยู่ในคำสาป คือ ถูกจองจำอยู่ในโลกของจินตนาการอันน่ากลัว เช่น ฉันจะล้มละลาย ฉันจะโดนทิ้ง ฉันจะไม่มีเพื่อน

ฉันจะต้องรู้สึกไร้ค่าหากฉันสูญเสียสิ่งนี้ไป ฉันจะ ฉันจะ ฉันจะ...ซึ่งเกินกว่าครึ่งของสิ่งที่เราจินตนาการไว้ จะไม่มีวันเกิดขึ้นเลยในชีวิต

เหมือนที่ฮาร์ฟ เอ็คเคอร์ นักเขียนด้านการเงินเคยเขียนไว้น่าสนใจมากว่า "สมองของคุณคือนักเขียนบทละครน้ำเน่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มันสร้างเรื่องเหลือเชื่อขึ้นมามากมาย โดยวนเวียนอยู่กับเรื่องเศร้าโศกและหายนะ เรื่องของสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นและไม่มีวันเกิดขึ้นเลย"

สัตว์ที่เราดูถูกว่ามี 'สมองชั้นต่ำ' ไม่เห็นมันมีปัญหาวุ่นวายใจอะไร มันไม่จินตนาการเรื่องโหดร้ายมาเฆี่ยนตีตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างพวกเรา ดูๆไปแล้วพวกมันช่วงมีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่รุงรังทางสมอง และใช้ชีวิตพอเพียงอย่างที่พวกเราหลายคนปรารถนาทีเดียว

ลองดูกระรอกก่อนถึงฤดูหนาวสิคะ ทุกตัวจะพากันสะสมลูกสน ลูกนัท ไปฝังดินไว้ โดยทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่เสียเวลาคิดเรื่องไร้สาระ เช่น ฉันเป็นกระรอกที่ซึมเศร้าเสียเหลือเกิน ดังนั้นฉันจะไม่สะสมลูกนัท หรือฉันช่างเป็นกระรอกที่ไร้ค่า ฉันรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงที่จะออกไปเอาลูกนัทมาฝังดินไว้กินหน้าหนาว

ทำไมมนุษย์ซึ่งมีสมองอันมหัศจรรย์จึงใช้ระบบจินตนาการผิดพลาด และปล่อยให้ระบบนี้หวนมาทำร้ายตัวเองได้อย่างน่ากลัวที่สุด ทำไมเราจึงปล่อยให้ตัวเองเป็นทุกข์และถูกจองจำอยู่ในโลกแห่งจินตนาการอันน่าสะพรึงกลัว นี่เป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์สนใจหาข้อมูลอยู่ทุกวันนี้

วันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

Google Wave

ต้องถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ก็ว่าได้ Google Wave ที่พี่เอก ewit บอกว่า น่าจะเป็นจุดจบของอีเมล์ ซึ่งหลังจากดู demo presentation แล้วก็เชื่อว่าน่าจะจริง

Google Wave คือ product ใหม่ที่ทาง Google คิดขึ้นมา โดยมี concept ที่ว่า ในปัจจุบันนี้การที่เราใช้อีเมล์เพื่อสื่อสาร เมื่อเราต้องส่งหาคนหลายคน และแต่ละคนก็มีการ reply กลับมา หลายครั้งทำให้อีเมล์นั้นมีมากมายและนำมาซึ่งความสับสน

Google Wave คือ idea ที่ว่า หากเราสามารถมีศูนย์กลางในการเก็บอีเมล์ จากนั้นหากเราส่งเมล์หาคน 4 คน คนทั้ง 4 นั้นก็จะต้องเข้ามาเพื่อ access อีเมล์ที่อยู่ในศูนย์กลางเดียวกันนี้ อ่านอีเมล์อันเดียวกันนี้ ดังนั้น หากคนหนึ่ง reply หรือเพิ่มข้อความในเมล์ ก็จะปรากฎข้อความนั้น และเป็นที่มองเห็นได้ครบทั้ง 4 คน โดยการตอบกลับบนี้เป็น real-time ด้วย เรียกง่ายคือว่า หากผมกำลังพิมพ์ตอบอยู่ คนอีกคนที่เปิดอีเมล์อยู่ก็จะเห็นด้วยว่า ผมกำลังพิพม์อะไร ขึ้นมาเป็นตัวอักษรทีละตัวกันเลยทีเดียว (แทนที่จะขึ้นมาว่า "อีกฝั่งหนึ่งกำลังพิมพ์อยู่" เหมือน msn)

อธิบายแล้วอ่านไม่ค่อยเข้าใจ ลองเข้าไปดูในเว็บของ Google ดูที่ http://wave.google.com