rgb72 Blog, Technology, Internet Marketing, Hardware, Software, and Web Design Reviews
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Website Review แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Website Review แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

รู้จัก TED



วันนี้จะแนะนำให้รู้จักกับเว็บไซต์หนึ่งที่มีชื่อว่า TED.com

TED ย่อมาจากคำว่า Technology, Entertainment, Design เป้นสถานที่ที่ใครก็ได้ที่อยากจะพูดอยากจะบอกอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองได้ค้นพบ โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดเป็นงาน conference เพื่อให้คนที่มีความรู้ได้เข้ามาพูด และคนที่ต้องการได้ความรู้ก็เข้ามาฟัง

ที่เว็บไซต์นี้จะมีการนำวิดีโอในงาน conference ที่ได้บันทึกไว้มาเผยแพร่ โดยมีการจัดเป็น categories เอาไว้ให้สามารถค้นหาได้ง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม technology, entertainment, design, business, science, culture, arts และอื่นๆอีกมากมาย หรือเราจะค้นหาดูจากชื่อของคนพูดก็ได้

นอกจากนี้ยังมีการให้บริการด้านภาษาเพิ่มเข้ามาด้วย ในกรณีที่บางคนฟังไม่รู้เรื่อง สามารถเปิด sub ได้ อย่างไรก็ตาม sub ภาษาไทยในนี้มีไม่มากนัก ซึ่งสามารถเลือกดูได้จากเมนูที่เขียนว่า "Translations" จากนั้นก็สามารถเลือกดูภาษาไทยได้

เว็บนี้ให้ความรู้ต่างๆมากมาย ดังตัวอย่างที่จะ cap มาให้ดูนี้ เป็นตัวอย่างของนาย Johny Lee ที่เปลี่ยน remote ของเครื่อง Wii ให้กลายเป็น digital whiteboard



หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือ งานของกลุ่มนศ. MIT ที่คิด computer ที่เค้าเรียกกันว่า Six Sense... จะเป็นยังงัยลองดูกันได้ครับ

CNN Redesign (2009)

เมื่อมีเหตุให้ต้องทำการ research อย่างหนัก เนื่องจากต้องไปพูดเรื่อง new web tech ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ทำให้บังเอิญได้ไปพบกับข่าวการ update ของเว็บไซต์ brand ที่ชอบมาก นั่นคือ CNN

หากยังไม่ลืม blog72 เคย review CNN.com ใน version ที่แล้วเมื่อครั้งที่เพิ่งจะเปลี่ยนโฉม และคราวนี้ CNN ได้เปลี่ยนโฉมอีกครั้ง


หน้า Homepage

จริงๆตามกำหนดแจ้งว่า website จะขึ้นวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคมนี้ แต่ดูเหมือนว่าเว็บจะขึ้นก่อนกำหนด ซึ่งเหมือนครั้งที่แล้ว ที่ทำเป็น beta version แต่ว่าไม่นานก็ถูกย้ายออกมาเป็นของจริงก่อนกำหนด (ไม่เหมือนงานในเมืองไทยของเรา ที่มี deadline ไว้ให้เร่งๆๆๆงาน แล้วก็ยัง late อยู่) อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ที่เข้าได้ก็เหมือนว่ายัง update ไม่หมด พอเข้าไปในบาง section ก็ยังคงเป็น layout เก่าอยู่

เอาล่ะมาเข้าเรื่องของเว็บ CNN.com แต่คราวนี้จะแปลจาก readwriteweb.com ในหน้า http://www.readwriteweb.com/archives/cnn_redesigns_its_homepage.php

CNN ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ติดอันดับหนึ่งใน 25 ของเว็บไซต์ยอดนิยมในอเมริกได้ทำการปรับโฉมใหม่ โดยหน้าเว็บนั้นได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก เริ่มจากด้านซ้ายเป็น hightlight breaking news stories ข่าวเด่นๆในรอบวัน ส่วนตรงกลางจะเป็นข่าวที่เก่ากว่า และมี section เด่น (hightlight section) และสำหรับทางด้านขวา จะเป็นพวกข้อมูลที่ user สามารถจัดการปรับแต่งเอาเองได้ (customizable) และมีพวก local weather report กับผลการแข่งขันกีฬาต่างๆ

ปัจจุบันเว็บไซต์ CNN.com ได้รับความนิยมมาก โดยมี page views ประมาณ 1.7พันล้านครั้ง และจำนวนคนดูวิดีโอก็มีมากถึง 100ล้านครั้งต่อเดือนอีกด้วยโดยรวมๆแล้ว ตั้งแต่เว็บไซต์ของ CNN เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1996 ได้ถูกเรียกใช้มาแล้วถึง 120,000 ล้านครั้ง!!

จากการแถลงข่าวของ CNN ทาง CNN เองได้ทำการศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากๆในการพัฒนาเว็บไซต์ใน version ใหม่นี้ ทำให้เว็บไซต์นี้จำเป็นต้องพัฒนาด้านการให้ข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้น ประกอบกับการทำระบบ navigation system ให้สามารถเข้าถึงหน้าต่างๆ ภายในเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย


Section Video

นอกจากนี้ทาง CNN จะพยายามนำเอา content ที่เป็นสื่อใน TV ของตัวเองมาประสานกันกับ content ที่มีอยู่ในเว็บไซต์ ทำให้การนำเสนอข้อมูลจะเป็นในรูปแบบ 50% 50% ระหว่าง content แบบ text และ video และจากการศึกษาก็พบว่า user ของ CNN นั้นดูทั่ง video แล้วก็อ่านข่าวที่เป็น text ด้วย ดังนั้นการประสานข้อมูลในลักษณะนี้ถือว่าเป็นการพัฒนาที่ฉลาดมาก ยังไม่หมดเท่านี้ ในส่วนของ video CNN ได้ทำการประกาศการเป็น partner กับ TED และจะนำ TED video มายังผู้ชมในกลุ่มของ CNN ได้ดู ทำยังให้ TED เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย

และเมื่อไม่นานมานี้ CNN ก็เพิ่งจะ launch เว็บที่ชื่อว่า CNN GO ซึ่งเน้นไปที่ข้อมูลทางฝั่งเอเชียเรานี่ ส่วน design layout ก็จัดรูปแบบเหมือน magazine

ในส่วนของคู่แข่ง ทาง readwriteweb.com ได้ข่าวว่า ทาง MSNBC อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง update เว็บไซต์ตัวเองเช่นกัน จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามดูกันต่อไป


หน้า Search Result นี่ layout เหมือน Google เลย

วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

Apple.com new key visual design for itunes9



เว็บไซต์ Apple เป็นเว็บหนึ่งที่มักจะติดตามมาโดยตลอด เพื่อ update ข่าวสารใหม่ๆ รวมไปถึงการได้นั่งดู design ที่ clean แต่ดูดีและ web usability ที่ทำได้ดีในหลายๆครั้ง

แต่วันนี้เข้ามาแล้วเห็นหน้าเแรกของ Apple แล้วตกใจ ไม่ใช่เพราะโปรแกรม itunes 9 ที่เพิ่งจะเปิดตัวเมื่อคืน แต่ว่าเป็นเพราะ design ของ key visual ตัวใหญ่ตัวนี้ที่ออกแบบมาเป็นมุมคล้ายๆ bird eyes view คือการมองจากด้านบนลงมา

รู้สึกเหวอ แปลกๆ แต่ว่าตื่นเต้นดี

เพราะโดยปกติแล้ว เว็บไซต์ของ Apple ในหน้าแรก และส่วนที่เป็น key visual นี้ .. Apple จะทำ design ที่เรียบๆ เห็นหน้า product ตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปของ iphone ในลักษณะหน้าตรง หรือตัวเสือ snow leopard ก็เป็นภาพหน้าตรง แต่คราวนี้เป็นภาพจากมุมสูง



Key visual ในแบบหน้าตรงที่ Apple ชอบทำทุกที

เห็นแล้วแปลกตาดี เลยอยากให้ได้ลองสังเกตุดูกันบ้างครับ

วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

มาดู Yahoo! หน้าตาใหม่กัน


(เว็บไซต์ Yahoo! หน้าตาใหม่)


(หากเข้า Yahoo! ตอนนี้จะเจอหน้านี้ ซึ่งมี option ให้เราเลือกด้านบนเพื่อทดลอง version ใหม่)

เว็บไซต์ใหม่ของ Yahoo! ทำการเปิดตัวแบบทดลองให้ผู้คนได้ใช้แล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งหลังจากที่ทราบข่าวจาก facebook ของคุณพี่ป้องเมื่อ 2 วันก่อน เลยต้องขอเข้าไปทดลองใช้ให้เห็นกับตาซะหน่อย

2 วันก่อนหน้าที่ได้อ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ All Things Digital ซึ่งได้มีการ preview วิเคราะห์และมีการ cap หน้าจอมาให้ดูกันก่อนหน้าที่เว็บจริงจะขึ้นหนึ่งวัน ซึ่งบอกตรงๆว่าพออ่านแล้วดูรูป ก็ดูไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เมื่อวานพอได้สัมผัสเว็บจริงตัวจริงแล้ว พบว่า...

การออกแบบของเว็บใหม่นั้นดูดีสะอาดตา ยกเลิกการใช้การไล่สีสำหรับ Background ในส่วนของ header ที่แต่ก่อนมีไว้ให้รู้สึกว่ามีความนูนนั้นออกไป ทำให้ดูแล้วไม่หนัก ดูโล่ง สามารถอ่าน content ได้ชัดเจนมากขึ้น มีการใช้สีหลักของ Yahoo! เข้ามา แต่ก็ไม่ได้มากนัก คงน่าจะเป็นเพราะความไม่ชอบส่วนตัวของ CEO Yahoo! Carol Bartz คนนี้ก็ได้

เว็บใหม่นั้นมี features หลายอย่างเพิ่มขึ้นมา แต่ที่เห็นหลักๆเลยก็คือแถบทางด้านข้างซ้ายมือ ซึ่งเป็นที่สำหรับรวม App และ Widget ต่างๆ ให้เราสามารถ access เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ ดูดวง เล่นเกม หรือแม้กระทั่ง facebook นอกไปจากนี้ ยังสามารถ add Widget ใหม่เพิ่มเข้ามาได้ด้วย จากการกดปุ่ม "Add" แล้วเลือกจาก List ที่ทาง Yahoo! มีให้อยู่แล้ว หรือว่าถ้าอยากจะ add website ที่เราเข้าบ่อยๆเอง ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้ทั้งนั้นสามารถ add ได้มากสุดถึง 36 ตัวเลยทีเดียว


(การใช้แถบเมนูด้านข้าง เมื่อ mouseover ที่ icon Facebook)


(ความสามารถในการ add Apps เพิ่มเข้าไปในแถบเมนูได้)

การใช้งานเมนูด้านข้างนั้นง่ายมาก เพียงแค่เอา mouse ไป over ก็จะมีข้อมูลปรากฎขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากการใช้งานด้วย firefox 3.5 แล้วพบว่าการทำงานของตัวเมนูนั้น เร็วมาก ไม่ได้มีความรู้สึกว่า browser หรือเครื่องต้องทำงานหนักแต่อย่างใด

อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจคือความสามารถในการ Update Status ที่เป็น short message เหมือน Facebook และ Twitter แต่ว่าหากเราต้องการที่จะ update Twitter ของเราเองนั้น ไม่สามารถทำได้จากตรงนี้ หรือแถบเมนูทางด้านข้าง ซึ่งแม้กระทั่งเว็บ All things digital ก็ยังได้พูดถึงว่า "เป็นเรื่องที่ผิดคาดที่เราไม่สามารถ update twitter ของเราได้จากเมนูด้านข้างเหล่านี้" (no ability to update status to the popular microblogging service Twitter on this part of the homepage).

เท่าที่ดูเหมือนว่า ทาง Yahoo! พยายามที่จะ set ให้หน้า Homepage ของตัวเองเป็นเหมือน center ของทุกอย่าง ให้สิ่งต่างๆที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน รวมกันไว้ในที่เดียว เพื่อให้ง่ายในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ โดยไม่ต้องไปหลายๆเว็บไซต์

การ update หน้า Homepage ของ Yahoo! นั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก แต่ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทำให้หน้า Homepage นั้นมีหลาย version อยู่ (สามารถย้อนกลับไปดู version ก่อนๆ ได้จาก http://kara.allthingsd.com/20090720/yahoo-home-pages-over-the-last-15-years-the-good-the-bad-and-the-ugly-really-ugly/ ซึ่งการ update แต่ละครั้งนั้น ทาง Yahoo! ต้องคิดให้ดีเพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งหนึ่งจะมีผลต่อ unique visitor ที่เข้ามาเป็นจำนวนมากถึง 330ล้าน Unique Visitor ต่อเดือนเลยทีเดียว

วันอาทิตย์ที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

OXFORD Website Reviews (www.ox.ac.uk)

วิเคราะห์เว็บไซต์ของ มหาวิทยาลัย Oxford (University of OXFORD)www.ox.ac.uk



เมื่อประมาณเดือนที่แล้วหลังจากที่ได้เข้าไปรับ brief งานมาจากทาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้รู้จักกับเว็บไซต์นี้ เว็บไซต์ออย่างเป็นทางการ เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย Oxford (www.ox.ac.uk) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในโลก และเผอิญว่าเว็บไซต์ของ Oxford นี้ใช้พื้นฐานของความเรียบง่ายในการใช้งาน (แต่ไม่เรียบง่ายในการ develop) การเน้นที่ user แต่สำคัญแต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้งความสวยงามใดๆ เลยเห็นว่า เว็บนี้เหมาะที่จะเป็นเว็บที่จะมา review กัน

ตัวเว็บไซต์นั้นใช้ความเรียบง่ายแต่สวยงาม สะอาดตา มาเป็น key หลักในการออกแบบ โดยนำมาซึ่งความง่ายในการค้นหาและอ่านข้อมูลต่างๆที่มีอยู่ในเว็บไซต์ จากหน้าแรก เว็บไซต์นี้ได้ใช้สีน้ำเงินเข้มเป็นสีพื้นในการออกแบบ ซึ่งสีน้ำเงินนั้นช่วยให้ดูมีความน่าเชื่อถือ มั่นคง และการทำเว็บไซต์ที่มีตัว content หรือตัวอักษรสีขาวบนพื้นสีน้ำเงินนั้น ทำให้เว็บไซต์ดูดี ทันสมัย และโดดเด่นมาก

เริ่มจากด้านบนซ้ายของเว็บไซต์ มี Logo ของ Oxford ตั้งเด่นอยู่ ทำให้ user นั้นสามารถรู้ได้ชัดเจนทันทีว่า ขณะนี้ได้เข้ามาอยู่ในเว็บไซต์ของ University of Oxford แล้ว และเนื่องจาก logo มีสีเดียว ดังนั้นจึงได้ทำตัว logo อยู่ใน gif format

ถัดมาเป็น link ต่างๆ และ Search box ที่โดดเด่น สามารถให้ user ค้นหาข้อมูลที่เขาต้องการได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมี Quick Links ที่ user สามารถเลือกเข้าชมหน้าต่างๆในเว็บได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาผ่านหน้าหลักจากเมนูหลักทางด้านล่าง สังเกตได้ว่า เว็บไซต์นี้เป็นเว็บที่เน้นเรื่องการใช้งานของ user เป็นที่สุด ตั้งแต่การใช้รูปภาพที่น้อย และใช้ตัวอักษรมากกว่า เพื่อเน้นการ load เร็ว การมี search box และ quick links ช่วยอำนวยความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความน่าชื่นชมในการจัดทำเว็บไซต์ของ Oxford

ถัดมาเป็น main area สำหรับ promote ข่าวต่างๆ และรูปภาพที่เป็น key visual โดยทั้งหมดนี้ไม่มี flash เข้ามาใช้งานเลย แต่กลับเป็นแค่ javascript ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ animation และ technique ต่างๆ ซึ่งนั่นหมายถึงเมนูหลักทางด้านล่าง และรูปภาพหลักที่จะได้กล่าวถึงต่อไป

ดูเผินๆ ก็เหมือนว่า javascript ที่มาใช้ตรงนี้นั้นก็แค่ช่วยเมนูหลักทางด้านล่างในการเปลี่ยนรูปหลังจากกดเลือกแล้วเท่านั้น แต่จริงแล้ว มีจุดที่น่าสนใจมากอยู่จุดหนึ่งที่ javascript ได้มีการนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการ support user นั่นคือความสามารถในการ Mask รูป เพื่อ support จอขนาด 800x600 และ 1024x768 ได้อย่างลงตัวในเว็บเดียวกัน

ลองดูรูปแรก (รูป default) รูปอาคารที่มีต้นไม้อยู่ทางด้านขวามือ หากขยายหน้าจอให้กว้างเกินกว่า 1024 (ถ้าจอคุณกว้างได้มากกว่านั้น) จะพบว่า รูปจะสุดอยู่แค่นั้น ไม่ได้ขยายไปไหน นั่นคือรูป default นั้นมีความกว้างอยู่ที่การ support จอขนาด 1024pixels นั่นเอง แต่หากเราลองย่อขนาดจอให้เล็กลง จะพบว่ารูปต้นไม้บางส่วนหายไป ถูกตัดไป จนกระทั่งสุดอยู่ที่จอขนาดประมาณ 800x600


ขยายเกิน 1024


ขนาด 800x600

บางคนอาจจะคิดว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่น่าตื่นเต้นอะไรนัก แต่จากที่ได้สังเกตมา ผมเองยังไม่เคยเห็นเว็บไซต์ใด (โดยเฉพาะเว็บในไทย) นำเทคนิคนี้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างดีขนาดนี้

ก่อนหน้านี้เคยเห็นเว็บที่พยายาม support จอ 800 และจอ 1024 ในเว็บเดียวกันนั่นคือเว็บไซต์ของ UBS (www.ubs.com) ซึ่งหากใช้จอ 800 หรือ 1024 เว็บของ ubs นี้ก็จะสามารถให้ user ได้เห็นภาพและ layout ที่เหมือนกันได้ทั้งคู่ แต่ต่างตรงที่ว่า เว็บไซต์ของ ubs นั้นจะต้องทำการ refresh เมื่อมีการปรับหน้าจอ ซึ่งตัวเว็บจะทำการ detect ว่าเราใช้ windows ที่ size ไหน แล้วก็เลือกหน้าที่ออกแบบมาสำหรับ size นั้นให้ ซึ่งผลเสียคือความช้าในการเรียก load อีกครั้ง (อย่างไรก็ตาม ใครจะมานั่งเปลี่ยน size window กันบ่อยๆล่ะ)

กลับมาต่อที่ Oxford เมนูนั้นใช้ Style Sheet มาช่วยทำ hi-light menu ทำให้ประหยัดการใช้รูปไปได้ค่อนข้างมาก และก็ไม่ได้ทำให้เว็บดูไม่สวยแต่อย่างใด

ด้านล่างมองเผินๆ เหมือนเป็น sitemap ซึ่งแสดงหน้าทั้งหมดที่มีอยู่ในเว็บไซต์ ถามว่าดูน่าเกลียดไหม โดยส่วนตัวกลับคิดว่าเราต้องดูที่จุดประสงค์ของคนที่เข้ามาในเว็บไซต์ เมื่อ user ที่เข้ามารู้อยู่แล้วว่าตัวเองเข้ามาเพื่อค้นหาข้อมูล การที่เรามีข้อมูลให้เค้าได้อย่างรวดเร็ว และเข้าถึงง่าย นั่นน่าจะบรรลุจุดประสงค์ของ user และจุดประสงค์ของเราคือการนำเสนอข้อมูล ซึ่งในกรณีนี้ รูปภาพที่สวยงาม animation นั้นเป็นแค่ส่วนประกอบ

ด้านใน การ design นั้นได้มีการปรับให้พื้นสีน้ำเงินมีเฉพาะด้านบน ในส่วนของ content นั้นเป็นพื้นสีขาว ทั้งนี้เพื่อความสบายตาของ user ในการอ่านข้อมูล อย่างไรก็ตาม ในเชิงของการพัฒนา develop ยังคงใช้ text based และ javascript เป็นหลัก ซึ่งจะเห็นได้จาก sub menu ทางด้านบน ส่วนความสามารถในการ support จอ 800 นั้นยังคงมีอยู่ ซึ่งก็ยังดูได้จากรูปที่มีอยู่ในเว็บด้านในนั้น สามารถยืดจะหดได้โดยใช้ feature mask

อีกหนึ่ง feature ที่คาดว่าน่าจะได้เห็นจากเว็บนี้ แล้วก็ได้เห็นจริงๆนั่นคือความสามารถในการ print ให้ได้พอดีกระดาษ A4 โดยปกติแล้ว หากเราทำเว็บแล้วไม่ได้ support การ print ให้พอดีกระดาษ A4 นั้น ก็จะทำให้เว็บที่ print ออกมาจะกว้างเกินกระดาษ ซึ่งวิธีแก้ก็ต้องไปแก้ที่ user โดยการปรับให้ print เป็นแนวนอน ซึ่งวิธีนี้นั้นดุไม่ pro เอาซะเลย

วิธีที่เว็บ Oxford นี้ใช้นั่นคือการคัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็น content หรือเนื้อหาสำหรับเว็บนี้เท่านั้นมาใช้ในการพิมพ์ ลอง test ดูได้จากการกด print preview จะเห็นว่า ได้มีการกำหนดเฉพาะส่วนของ content ให้แสดงบนกระดาษ A4 นอกจากจะคัดเฉพาะ content แล้ว ความกว้างของเนื้อหาก็ยังไม่กว้างเกินกระดาษ A4 ด้วย ดังนั้น เมื่อ user print เว็บนี้ไป ก็จะได้แต่เนื้อหา (ไม่มีพวก banner หรือเมนู) และได้ขนาดที่พอดี ไม่ต้องมาปรับกระดาษให้เป็นแนวนอน ซึ่งถือว่าเป็นการ support user ได้อย่างละเอียดลึก อย่างไรก็ตามในบางหน้าของเว็บ Oxford ยังมีหลุดๆบ้าง คือพอสั่ง print แล้วมีตัวอักษรบางกลุ่มไม่อยู่ใน column หรือหลุดเรื่องขนาดและรูปแบบของ font


หน้า Research ก่อนพิมพ์


หน้า Print Preview

** การทำ print version แบบนี้นั้นทาง rgb72 ก็เคยทำแล้วกับงานเมื่อสองปีที่แล้วคืองาน INGFunds (www.ingfunds.co.th) ซึ่งเหมือนเป็นการปิดทองหลังพระลูกค้าเองก็แทบจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำนี้เป็น extra ส่วนตัวคนที่เข้ามาเล่นแล้ว print นั้นก็ไม่รู้หรอกว่า การ print แล้วได้พอดีนั้นเป็นการใช้เทคนิคพิเศษ **

ทั้งหมดที่ได้ review ไปนั้น เป็นการ review จุดเด่น จุดที่ทำให้เว็บ Oxford นั้นแตกต่าง กล่าวคือ เว็บไซต์ของ Oxford นั้น สามารถนำเสนอเว็บไซต์เพื่อ support User ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ข้อมูล รูปภาพ ความรวดเร็วในการ load ความสามารถในการ support จอสองขนาด และการสั่ง print บนกระดาษ A4 โดยทั้งหมดนี้สามารถทำออกมาได้เป็นอย่างดี โดยยังไม่ทิ้งในเรื่องของความสวยงาม การออกแบบ และ design

ความเนียบในการทำงาน การ develop และการออกแบบ ก็สามารถเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องมานั่งสังเกต :-)

วันพฤหัสบดีที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

Songburi Day

เมื่อวานนี้ 7 พฤษภาคม ทาง rgb72 ได้รับเกียรติจากทาง Songburi.com โดยทางพี่อ้ำได้เชิญให้ไปงาน press conference การเปิดตัวเว็บไซต์ songburi.com อย่างเป็นทางการ ที่ร้าน Overtune แถว RCA

เว็บ songburi เป็นเว็บที่เน้นเรื่องของเสียงเพลง ดนตรี เป็นเว็บที่ต้องการเผยแพร่ ดนตรีแบบไม่มีขีดจำกัด ซึ่งในเว็บก็จะมีทั้งข่าวในวงการ มิวสิควิดีโอ รูปภาพเยอะแยะมากมาย ให้แฟนๆ ได้ download กันได้ฟรีๆเลย

บรรยากาศของงานนั้นสนุกสนานครึกครื้น และแน่นอน ของกินที่แสนอร่อย ทำให้เราไม่ได้เดินห่างจาก zone อาหารเลยแม้แต่น้อย

ทางด้านคุณตูน และคุณแอน ต่างคลื้มไปกับเสียงดนตรีจากวง 7scene (ไม่รู้ว่าเคลื้มดนตรี หรือเคลิ้มนักดนตรี) เอาเป็นว่า ด้วยดนตรีที่แน่นตึ๊บ ทำให้เราต้องหยุดนิ่ง (จากการกิน) ไประยะหนึ่ง

ขากลับ ได้เสื้อยืดกลับมาด้วยหนึ่งตัว สวยงามครับ

ว่าแล้ว ไม่พูดมากครับ เอารูปมาจากงานมาฝากกันด้วยครับ




วันศุกร์ที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

CNN 2.0

ผ่านไปหลายปีกับเว็บไซต์ของ CNN ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง วันนี้ เว็บไซต์ใหม่ของ CNN.com ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 50 ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการทำ public beta ให้คนทั่วๆไปรวมไปถึงนักข่าวได้เข้ามาร่วมทดลองใช้กันประมาณ 1 เดือน ซึ่งก็ได้มีเว็บไซต์หลายๆเว็บออกมา review กันเยอะคับ งานนี้ทาง rgb72 เลยอยากจะลอง review ดูบ้างด้วยคน


CNN New Site

Old Site

งาน design ที่เปลี่ยนจาก version ก่อนหน้านี้ไปมาก จากเดิมที่มีรูปแบบออกจะเน้นเรื่องการให้แสงเงาและมิติค่อนข้างมาก มีการแสดงความตื้นลึกหนาบาง การเล่นสีที่แรงและหนัก (ซึ่งจริงๆสีของ CNN ก็มีอยู่แค่ แดง น้ำเงิน ดำ) แต่ใน version ใหม่นี้ design ออกแนว minimal คือเน้น graphic น้อยๆ รูปภาพ น้อยๆ เน้น content ที่อ่านง่าย เข้าถึงง่าย load เร็ว ซึ่งตรงนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจว่า มันเป็น flight บังคับสำหรับการทำ web2.0 หรือ เว็บ Ajex รึเปล่า เพราะว่าเห็นใครๆก็ตามที่ upgrade ไปเป็น 2 อย่างนี้แล้ว design ก็จะลดลงไป กลายเป็นแบบ minimal อย่างที่เห็นเน๊ยะแหละ

อย่างที่พูดไปข้างต้นว่า เว็บ CNN ตัวนี้ได้มีการ upgrade อย่างเห็นได้ชัด คือเรื่องของการเป็น web2.0 ในความหมายก็คือ การทำตัวเองให้เป็นเว็บที่สามารถ interact กับ user ได้ และการอนุญาติให้ user สามารถเข้ามา create content ได้เอง ซึ่งใน version นี้ได้เพิ่ม feature BLOG หรือแม้กระทั่ง feature ใหม่ที่เรียกว่า "iReport" ที่อนุญาติให้ user สามารถเข้ามาเขียน article รายงานข่าวหรือสาระที่น่าสนใจได้ กลายเป็น CNN Reporter เลยซะงั้น


iReport

มีการนำเทคโนโลยี Ajax มาใช้เป็นหัวใจหลักในเว็บนี้ด้วยเช่นกัน Ajax คือความสามารถในการ update content, ดึง content จาก database, ทำการ refresh ข้อมูลโดยไม่ต้อง load หน้าใหม่ ทั้งนี้ก็เพื่อความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่สะดวกขึ้น สิ่งที่ดีมากๆ ที่เห็นได้ชัดจากการใช้ Ajax ในเว็บ CNN นี้ก็คือเมื่อเรากดเพื่ออ่านรายละเอียด content แล้ว ทางด้านบนของ content ก็จะมี tab สำหรับให้เราเปลี่ยนไปดูรูปภาพจากข่าวนั้นๆ หรือแม้กระทั่ง video


Video

พูดถึง video เว็บ CNN ตัวนี้มีการให้บริการ video มากขึ้น และทาง CNN เองก็ได้ทำการยกเลิก project PIPELINE (การให้บริการ video โดยให้ user จ่ายเงิน) ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าการให้บริการโดยเก็บค่าใช้จ่ายนั้น ยังไม่ work ตรงนี้ทาง David Payne; CNN senior VP and general manager ได้ให้สัมภาษณ์กับ mediaweek ว่า "CNN learned a tough lesson." "It's hard to get people to pay for anything online,", "We decided, let's not swim upstream."

อีก feature หนึ่งที่น่าสนใจมากๆคือ การ recommend ข่าวที่น่าสนใจให้กับ user โดยจะมีการดึงเอาข้อมูล Most View (คือข่าวที่มีผู้คนเข้ามาอ่านมากสุด, Most e-mail (ข่าวที่มีคนส่งอีเมล์ต่อให้กันสูงสุด), และ Top Search (ข่าวที่มีคน search หาข้อมูลมากที่สุด) นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม "We Recommend" ด้วย และการนำมาซึ่งข้อมูลในส่วนนี้น่าสนใจมากๆ CNN ได้ใช้ technology เดียวกันกับ Amazon.com คือการเข้าไป spy ในเครื่องของ user ว่าในอดีตได้มีการเข้ามาอ่านข่าว หรือหาข้อมูลอะไรบ้าง จากนั้นก็เอาข้อมูลที่ได้มา match กับข่าวที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ข่าวที่อยู่ในหมวดของ We Recommend นี้มีผลใกล้เคียงกับความต้องการของ user มากที่สุด

นอกจาก feature ต่างๆที่ว่ามาแล้ว มีอีกสิ่งที่หนึ่งอยากจะ point ออกมาให้เห็นถึงความฉลาดและความสามารถในการปรับปรุงระบบการใช้งานที่ user คุ้นเคยในปัจจุบัน ให้เข้ากับสถานะการณ์และข้อมูลที่เรามีอยู่ได้อย่างลงตัวมากๆ ซึ่งนั่นก็คือ drop down menu

Drop down menu ในเว็บไซต์ CNN นี้ไม่เหมือนที่อื่นๆ (ผมไม่แน่ใจว่าเว็บอื่นๆ อาจจะมีก่อนหน้าหรือเปล่า อันนี้ไม่ชัวร์นะครับ แต่ใครรู้แจ้งผมด้วยละกัน) เหตุที่ drop down menu ของที่นี่ไม่เหมือนก็คือ เมื่อกดที่ตัว drop down แล้ว ก็จะมี list menu เกิดขึ้นเพื่อให้เลือก แต่ list นี้จะออกมาเป็นเหมือน popup ลอยขึ้นมา และมี scroll bar ด้วย ซึ่งนั่นทำให้การใช้งานของ drop down สะดวกยิ่งขึ้น (คือถ้าเป็น drop down ปกติ เวลามี content มากๆ แล้ว พอเรากด drop down มันก็จะมี list ขึ้นมาเป็นแถวยาวๆ ซึ่งถ้าเราเลื่อน mouse เราออกจากแถวก็จะทำให้ตัว drop down หายไป หรือถ้า list มันยาวเกินหน้าจอเรา ก็จะทำให้การที่เราจะดู list ให้ครบนั้นเป็นเรื่องยากมากๆ) การที่มี scroll bar อย่างนี้ ทำให้ให้ไม่ต้องกังวลเรื่อง mouse หลุดออกจาก list เพราะว่า list นี้จะหายก็ต่อเมื่อเราไป click ที่ไหนก็ได้ที่ตัวเว็บ นอกจากนี้ หากดูใกล้ๆ ก็จะเห็นว่า drop down ตัวนี้ก็ยังไม่พ้นเรืื่อง design คือมีการทำขอบมนและทำ transparancy ด้วย

Drop down menu

ส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมที่น่าจะพูดถึงก็คือ section CNN Anywhere คือบริการข่าว CNN ทางอื่นที่ไม่ใช่เว็บ ซึ่งในนี้ก็จะมี Mobile, E-mail Alert, Desktop Alert, RSS, PDA, และ Podcast (การให้บริการ podcast ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความต้องการเป็นแถวหน้าในการ deliver content ที่เป็น video สุดๆ ของ CNN และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความบูมของ ipod ด้วย)

จริงๆแล้ว โดยส่วนตัวผมยังเล่นเว็บนี้ไม่ทัวเลย แต่เท่าที่เล่นโดยคร่าวๆ และอ่านจาก review หลายๆ ที่ ก็พอจะสรุปออกมาให้ได้อ่านกันประมาณนี้นะครับ ใครมี comment เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร เขียนมากันได้เลยครับ

วันอังคารที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

Apple.com redesign




เรียกได้ว่ารีบเอามาให้ดูกันแบบสดๆเลย website design ใหม่นี้ launch หลังจาก keynote การเปิดตัว Leopard (อีกรอบ) ในงาน WDDC2007
เข้าได้จาก http://www.apple.com