rgb72 Blog, Technology, Internet Marketing, Hardware, Software, and Web Design Reviews
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Technology แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Technology แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

รู้จัก TED



วันนี้จะแนะนำให้รู้จักกับเว็บไซต์หนึ่งที่มีชื่อว่า TED.com

TED ย่อมาจากคำว่า Technology, Entertainment, Design เป้นสถานที่ที่ใครก็ได้ที่อยากจะพูดอยากจะบอกอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองได้ค้นพบ โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดเป็นงาน conference เพื่อให้คนที่มีความรู้ได้เข้ามาพูด และคนที่ต้องการได้ความรู้ก็เข้ามาฟัง

ที่เว็บไซต์นี้จะมีการนำวิดีโอในงาน conference ที่ได้บันทึกไว้มาเผยแพร่ โดยมีการจัดเป็น categories เอาไว้ให้สามารถค้นหาได้ง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม technology, entertainment, design, business, science, culture, arts และอื่นๆอีกมากมาย หรือเราจะค้นหาดูจากชื่อของคนพูดก็ได้

นอกจากนี้ยังมีการให้บริการด้านภาษาเพิ่มเข้ามาด้วย ในกรณีที่บางคนฟังไม่รู้เรื่อง สามารถเปิด sub ได้ อย่างไรก็ตาม sub ภาษาไทยในนี้มีไม่มากนัก ซึ่งสามารถเลือกดูได้จากเมนูที่เขียนว่า "Translations" จากนั้นก็สามารถเลือกดูภาษาไทยได้

เว็บนี้ให้ความรู้ต่างๆมากมาย ดังตัวอย่างที่จะ cap มาให้ดูนี้ เป็นตัวอย่างของนาย Johny Lee ที่เปลี่ยน remote ของเครื่อง Wii ให้กลายเป็น digital whiteboard



หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือ งานของกลุ่มนศ. MIT ที่คิด computer ที่เค้าเรียกกันว่า Six Sense... จะเป็นยังงัยลองดูกันได้ครับ

Banner แรงๆ ของ iPod Touch บนเว็บ wired.com

เมื่อ Apple ส่ง Banner มา take over เว็บไซต์ใหญ่อย่าง wired.com ลองดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง

CNN Redesign (2009)

เมื่อมีเหตุให้ต้องทำการ research อย่างหนัก เนื่องจากต้องไปพูดเรื่อง new web tech ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ทำให้บังเอิญได้ไปพบกับข่าวการ update ของเว็บไซต์ brand ที่ชอบมาก นั่นคือ CNN

หากยังไม่ลืม blog72 เคย review CNN.com ใน version ที่แล้วเมื่อครั้งที่เพิ่งจะเปลี่ยนโฉม และคราวนี้ CNN ได้เปลี่ยนโฉมอีกครั้ง


หน้า Homepage

จริงๆตามกำหนดแจ้งว่า website จะขึ้นวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคมนี้ แต่ดูเหมือนว่าเว็บจะขึ้นก่อนกำหนด ซึ่งเหมือนครั้งที่แล้ว ที่ทำเป็น beta version แต่ว่าไม่นานก็ถูกย้ายออกมาเป็นของจริงก่อนกำหนด (ไม่เหมือนงานในเมืองไทยของเรา ที่มี deadline ไว้ให้เร่งๆๆๆงาน แล้วก็ยัง late อยู่) อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ที่เข้าได้ก็เหมือนว่ายัง update ไม่หมด พอเข้าไปในบาง section ก็ยังคงเป็น layout เก่าอยู่

เอาล่ะมาเข้าเรื่องของเว็บ CNN.com แต่คราวนี้จะแปลจาก readwriteweb.com ในหน้า http://www.readwriteweb.com/archives/cnn_redesigns_its_homepage.php

CNN ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ติดอันดับหนึ่งใน 25 ของเว็บไซต์ยอดนิยมในอเมริกได้ทำการปรับโฉมใหม่ โดยหน้าเว็บนั้นได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก เริ่มจากด้านซ้ายเป็น hightlight breaking news stories ข่าวเด่นๆในรอบวัน ส่วนตรงกลางจะเป็นข่าวที่เก่ากว่า และมี section เด่น (hightlight section) และสำหรับทางด้านขวา จะเป็นพวกข้อมูลที่ user สามารถจัดการปรับแต่งเอาเองได้ (customizable) และมีพวก local weather report กับผลการแข่งขันกีฬาต่างๆ

ปัจจุบันเว็บไซต์ CNN.com ได้รับความนิยมมาก โดยมี page views ประมาณ 1.7พันล้านครั้ง และจำนวนคนดูวิดีโอก็มีมากถึง 100ล้านครั้งต่อเดือนอีกด้วยโดยรวมๆแล้ว ตั้งแต่เว็บไซต์ของ CNN เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1996 ได้ถูกเรียกใช้มาแล้วถึง 120,000 ล้านครั้ง!!

จากการแถลงข่าวของ CNN ทาง CNN เองได้ทำการศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากๆในการพัฒนาเว็บไซต์ใน version ใหม่นี้ ทำให้เว็บไซต์นี้จำเป็นต้องพัฒนาด้านการให้ข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้น ประกอบกับการทำระบบ navigation system ให้สามารถเข้าถึงหน้าต่างๆ ภายในเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย


Section Video

นอกจากนี้ทาง CNN จะพยายามนำเอา content ที่เป็นสื่อใน TV ของตัวเองมาประสานกันกับ content ที่มีอยู่ในเว็บไซต์ ทำให้การนำเสนอข้อมูลจะเป็นในรูปแบบ 50% 50% ระหว่าง content แบบ text และ video และจากการศึกษาก็พบว่า user ของ CNN นั้นดูทั่ง video แล้วก็อ่านข่าวที่เป็น text ด้วย ดังนั้นการประสานข้อมูลในลักษณะนี้ถือว่าเป็นการพัฒนาที่ฉลาดมาก ยังไม่หมดเท่านี้ ในส่วนของ video CNN ได้ทำการประกาศการเป็น partner กับ TED และจะนำ TED video มายังผู้ชมในกลุ่มของ CNN ได้ดู ทำยังให้ TED เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย

และเมื่อไม่นานมานี้ CNN ก็เพิ่งจะ launch เว็บที่ชื่อว่า CNN GO ซึ่งเน้นไปที่ข้อมูลทางฝั่งเอเชียเรานี่ ส่วน design layout ก็จัดรูปแบบเหมือน magazine

ในส่วนของคู่แข่ง ทาง readwriteweb.com ได้ข่าวว่า ทาง MSNBC อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง update เว็บไซต์ตัวเองเช่นกัน จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามดูกันต่อไป


หน้า Search Result นี่ layout เหมือน Google เลย

วันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

Google Wave

ต้องถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ก็ว่าได้ Google Wave ที่พี่เอก ewit บอกว่า น่าจะเป็นจุดจบของอีเมล์ ซึ่งหลังจากดู demo presentation แล้วก็เชื่อว่าน่าจะจริง

Google Wave คือ product ใหม่ที่ทาง Google คิดขึ้นมา โดยมี concept ที่ว่า ในปัจจุบันนี้การที่เราใช้อีเมล์เพื่อสื่อสาร เมื่อเราต้องส่งหาคนหลายคน และแต่ละคนก็มีการ reply กลับมา หลายครั้งทำให้อีเมล์นั้นมีมากมายและนำมาซึ่งความสับสน

Google Wave คือ idea ที่ว่า หากเราสามารถมีศูนย์กลางในการเก็บอีเมล์ จากนั้นหากเราส่งเมล์หาคน 4 คน คนทั้ง 4 นั้นก็จะต้องเข้ามาเพื่อ access อีเมล์ที่อยู่ในศูนย์กลางเดียวกันนี้ อ่านอีเมล์อันเดียวกันนี้ ดังนั้น หากคนหนึ่ง reply หรือเพิ่มข้อความในเมล์ ก็จะปรากฎข้อความนั้น และเป็นที่มองเห็นได้ครบทั้ง 4 คน โดยการตอบกลับบนี้เป็น real-time ด้วย เรียกง่ายคือว่า หากผมกำลังพิมพ์ตอบอยู่ คนอีกคนที่เปิดอีเมล์อยู่ก็จะเห็นด้วยว่า ผมกำลังพิพม์อะไร ขึ้นมาเป็นตัวอักษรทีละตัวกันเลยทีเดียว (แทนที่จะขึ้นมาว่า "อีกฝั่งหนึ่งกำลังพิมพ์อยู่" เหมือน msn)

อธิบายแล้วอ่านไม่ค่อยเข้าใจ ลองเข้าไปดูในเว็บของ Google ดูที่ http://wave.google.com

วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ทำ wireframe แบบเร็วๆ

หนึ่งในขั้นตอนการทำเว็บไซต์ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนขั้นพื้นฐานที่เราสมควรจะทำ นั่นคือขั้นตอนการวางแผน และส่วนหนึ่งของการวางแผนที่สมควรทำที่สุด (แต่เห็นน้อยคนจะทำ) นั่นคือการทำ wireframe

การทำ wireframe คือการวาดหน้าตาโครงสร้างเว็บไซต์อย่างง่ายๆ ทั้งนี้เพื่อแสดง function ที่จะมีในหน้านั้นๆ ระบบการใช้งาน การ navigate ทั้งนี้เพื่อเช็คความเรียบร้อยก่อนที่จะลงมือทำ design ต่อไป และเพราะการไปปรับที่ design ใน photoshop เลยนั้นเป็นเรื่องที่ค่อยข้างยุ่งยากและใช้เวลามาก การทำ wireframe แบบง่ายๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเป็น designer ก็ทำได้นั้น จะช่วยลดเวลาในการทำงานไปได้มากพอสมควร

ที่ผมเห็นคนทำ wireframe ในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ tools อยู่ไม่กี่ตัว เช่น Illustrator, PowerPoint, Excel, Word, Visio

เผอิญว่าช่วงนี้ได้อ่าน magazine ชื่อ Practical Web Design Magazine ซึ่งอยู่ในเครือของ .net magazine อ่านมาได้ 2-3 เล่มแล้ว (ราคาเล่มละ 500 แพงเอาการอยู่แต่ว่าหากได้อ่านหมดก็คุ้มนะ) แล้วก็ได้ไป download podcast ของ Web design TV (WDTV) ลงมาดู เห็นว่ามีการพูดคุยถึงเรื่องของ tools ที่เอาไว้ช่วยทำ wireframe หรือ prototype

อ่านรวมๆแล้ว ได้ข้อสรุปมาประมาณ 4 ตัว ดังนี้

1. Protoshare (www.protoshare.com) เป็นเว็บไซต์ให้บริการสำหรับการทำ wireframe โดยสามารถเข้าดูได้ทั้งคนทำและลูกค้า โดยเว็บนี้จะคิดค่าบริการเป็นรายเดือนไป แล้วแต่ package



2. Axure (www.axure.com) โปรแกรม Axure สำหรับ PC เท่านั้น ตัวนี้แนะนำสุดๆ (ใน podcast ก็มีการสอนใช้โปรแกรมนี้ถึงสองตอน) ดูหน้าตาแล้วก็น่าใช้ดี ท่าทางจะใช้ง่าย



3. Balsamiq (www.Balsamiq.com) ตัวนี้เป็น application ของ AIR แต่ดูจาก interface แล้ว เหมือนว่าจะดูเด็กไปนิด

4. Flash Catalyst (http://labs.adobe.com/technologies/flashcatalyst/) โปรแกรมจาก Adobe ที่มีข่าวมาประมาณ 1ปีได้แล้วว่าจะทำการเปิดตัวออกมาพร้อมกับตัวโปรแกรม commercial อื่นๆ




ต้องบอกว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ลองเลยซักโปรแกรมหนึ่ง แต่ว่ากำลังจะลองตัว Axure เพราะคิดว่าน่าจะ work ส่วน Protoshare นั้นมีให้ลอง 30วัน เดี๋ยวจะลองเข้าไปทดสอบดูด้วยอีกทาง ส่วนสองตัวหลัง Balsamiq กับ Flash Catalyst นั้น ดูเหมือนจะต้องรอดูกันไปก่อน เพราะว่าตัว Balsamiq นั้น interface ดูไม่น่าใช้งาน เอาไปให้ลูกค้าดูคงไม่ค่อย pro ส่วนตัว Flash Catalyst นั้น ตัวที่ใช้งานได้ยังไม่ออกมาให้เราได้ทดสอบกันเลย

** ข้อมูลจาก PodCast Web Design TV (WDTV) และ จดหมายจาก Juan Sanchez เรื่อง Planning Tools จาก Practical Web Design Magazine ฉบับที่ 185 เดือนกุมภาพันธ์ 2552 **

วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

Safari 4 Beta



หลังจากที่ Safari 4 ออกมาเมื่อคืน ผมก็ไม่วายที่จะต้องขอลอง test ซะหน่อย นอกจากจะเป็นเหตุผลในเรื่องของงงานที่ทำอยู่ เป็นตัวทำให้เราต้องคอยติดตามความเป็นไปของ browser ใหม่ๆแล้วนั้น ยังมีเรื่องของความชอบส่วนตัวกับ brand Apple อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้ต้องรีบมา load ตั้งแต่เช้าก็คือ Feature ใหม่ของ Safari ที่มี Bookmark เป็น Cover Flow และ Favorite Page ที่หน้าแรกเหมือน Google Chrome

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ลองเล่นใน version Mac และ PC มาหนึ่งวันเต็มๆ พบว่า....

1. Safari 4 เร็วกว่าเดิมจริงๆด้วย ผมเองเทียบเอากับ Safari 3 ที่เคยใช้อยู่ (และไม่อยากใช้เพราะช้า) กับตัว Google Chrome ที่มาใช้ช่วงหลังๆนี้ พบว่าเร็วจริง อย่างไรก็ตาม IE7 ไม่ค่อยอยากจะเอามาเทียบ เพราะจากประสบการณ์ที่ได้ใช้ browser ยี่ห้อที่เก่าแก่ที่สุด (ในปัจจุบันนี้) พบว่า เค้าพัฒนามาถึง version 7 ก็จะมีแต่แย่ลงแย่ลง เหมือน program อื่นๆ ของเค้า (ไม่วายจะไปกระแทกเค้าอีก)

ในจุดนี้ เข้าไปอ่านใน blognone พบว่า จากที่ Apple ได้ออกมาโม้ว่า สามารถแสดงผล JavaScript ได้เร็วกว่าเดิมมากนั้น ผลทดสอบ JavaScript ด้วย SunSpider บน Windows XP SP2 พบว่า Safari 4 Beta นั้น เร็วกว่า IE7 ถึง 42 เท่า!!! เร็วกว่า Firefox 3 - 3.5 เท่า และ เร็วกว่า Chrome - 1.3 เท่า

2. เรื่องที่สองที่ประสบ นั่นคือ interface ที่สวยงามสำหรับตัว Bookmark แบบ Cover Flow และ Favorite Page ที่ไม่ธรรมดา เป็น Favorite Page แบบมีมิติ เป็นโค้งไม่เหมือนทั่วไป และเมื่อกดเลือกแล้ว รูป preview โค้งๆนั่นก็วิ่งออกมาจากจุดที่มันอยู่ เข้ามาหา user แบบเต็มหน้าจออีกด้วย (ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ คงต้องไปลองดูเองนะครับ รู้สึกว่า ใน version PC จะไม่มี ต้องไปดูใน Mac อย่างเดียว)

3. พบว่า ไม่ชอบ tab ด้านบน เพราะนอกจากจะลอก Google Chrome แล้ว ยังมีเหตุผลส่วนตัวอีกคือ ไม่สวย ผมว่าแบบเก่าสวยกว่า

4. การ Search มี suggestion ดี น่าสนุก และการพิมพ์ URL มี preview ให้เลือกด้านล่าง (จริงๆ browser อื่นๆก็มี แต่ตัวนี้ทำดูน่าใช้)

5. Safari 4 บน Mac มีปัญหากับ MSN สำหรับ Mac พบว่าทุกคนที่ใช้ MSN จะมีปัญหาเหมือนกันหมดหลังจากที่ลง Safari 4 Beta แล้ว ปัญหาที่ว่าก็คือ เมื่อพิมพ์บทสนทนาลงไปใน MSN แล้วกด Enter ข้อความก็จะส่งไปปกติ แต่เมื่อต้องการจะพิมพ์ต่ออีกครั้ง กลับพิมพ์ไม่ได้ เนื่องจาก Input box ที่เคยพิมพ์นั้น ไม่ active จึงจำเป็นต้องมากดที่ Input box ให้ active ก่อนที่จะพิมพ์ได้อีกครั้ง

ตรงนี้เป็นปัญหาที่น่ารำคาญใจมากๆ เพราะทำให้ไม่อยากจะ chat กับใครเลย เพราะหลังจาก chat แล้ว ก็ต้องมาใช้ mouse กด active ทุกครั้งเรื่อยไป

ทางแก้.. เท่าที่ดูในเว็บต่างประเทศ พบว่า ทุกคนบอกว่าให้ย้ายมาใช้ Adium หรือไม่ก็ใช้ Uninstall Safari 4 Beta ทิ้งซะ

สรุปแล้ว หลังจากใช้งานไปได้ 1 วัน พบว่า น่าสนุกดีที่ได้ใช้ สำหรับ version PC ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มี graphic อะไรมากมาย หวือหวา.. แต่ถ้าเทียบว่ามี graphic แบบ Mac แต่ต้องเลิกใช้ MSN เปลี่ยนไปใช้ Adium ผมว่าผมมาใช้ PC ดีกว่า

วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

CNN and Microsoft Photosynth



และแล้ว CNN ก็มาอีกแล้ว หลังจากการสาบานตนของ Obama เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทาง CNN แจ้งผู้ชมว่าให้ส่งรูปที่ตนถ่าย มาให้เยอะที่สุดเท่่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเอามาทำ Photo synth คือทำให้ user สามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้ทุกมุม จะ zoom ใกล้ จะถอยออกไกล หรือจะเลื่อนไปซ้ายและขวา ได้หมด

คงจะมี CNN เท่านั้นที่ทำอะไรแบบนี้ได้ อีกหนึ่ง technology ที่น่าสนใจที่ CNN ทำ ในงานสาบานตนของ Obama ที่ผ่านมา .. นี่ยังไม่นับรวมไปถึงการมี box ของ facebook ที่ด้านขวาของ Live video ในวันนั้นด้วย

วันจันทร์ที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

Amazon Remembers



ไม่รู้ว่ามีนานรึยัง แต่ Amazon Remembers เป็นหนึ่งใน feature จาก Amazon Mobile ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สามารถ load ได้ฟรีจาก App Store ของ iPhone

Feature นี้น่าตื่นเต้นตรงที่ว่า เมื่อเราไปที่ไหนก็ตาม แล้วเจอสิ่งของที่เราชอบ เราสามารถถ่ายรูปได้จาก Amazon Mobile นี้ จากนั้นก็ส่งรูปนี้ไปยัง Amazon และแจ้งว่าเราต้องการหาซื้อของชิ้นนี้ เมื่อส่งเรียบร้อยแล้ว ทาง Amazon จะหาของให้ ซึ่งเมื่อหาให้เราได้แล้ว ก็จะทำการแจ้งผลกลับมาให้เราทาง e-mail

จากที่ได้อ่าน review ของเว็บ ZDNET ทางคน review เค้าลองถ่ายรูป Rechargable Battery แล้วก็ส่งให้ทาง Amazon ไม่นานนัก พอกลับถึงบ้าน ก็เจอ e-mail มาจากทาง amazon บอกว่า ได้เจอสิ่งของที่คล้ายกับที่ได้ถ่ายรูปมา จากนั้นเมื่อเข้าไป check ที่เว็บ amazon โดย log-in เข้าใช้ username ตัวเอง ก็จะเห็นว่ามีชื่อสินค้านี้อยู่ในตัวเว็บด้วย และรูปที่ถ่ายก็อยู่ใน Amazon Remembers อีก ซึ่งทำให้ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้าที่จะกดอีกเพียงไม่กี่ click เพื่อสั่งซื่อ

จากปรากฎการณ์นี้ทำให้เราได้เห็นว่า..
1. นี่คือ Service ใหม่ที่ลูกค้าหลายคนต้องการ คือ เห็นของที่อยากได้ แต่ไม่รู้จะซื้อที่ไหน และที่นี่ก็มีบริการหาของให้
2. Amazon มี Service ใหญ่ขนาดนี้ และทำ App ให้กับ iPhone นั้น ก็แสดงให้เห็นถึงความนิยมของ iPhone ได้เป็นอย่างดี

วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

iTunes U

อีกครั้งกับสิ่งใหม่ๆ ดีๆที่เกิดขึ้นจากบริษัท Apple

itunes U

เป็นอีกหนึ่งบริการจาก itunes store ที่ทำรายได้ในการขายเพลงและหนังให้กับ Apple เป็นล้านๆ เหรียญ แต่ itunes U นี้คือการให้บริการ download video และ ไฟล์เสียง การสอนของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆในอเมริกาให้เราได้ชมกันแบบ ฟรีๆ

ฟรีจริง.. ผมลองแล้ว

ทั้ง Yale, Standford หรือแม้กระทั่ง MIT รวมไปถึงมหาลัย Artๆ อย่าง SVA ด้วย

ลองดู.. เป็นอีกหนึ่งเมนูใน Apple itunes store

วันอังคารที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ข่าว Apple apple

เพิ่งไปอ่านข่าวมา จึงได้รู้ว่า ยอดการขาย iPhone ตัวใหม่ที่เพิ่งออกเมื่อวันที่ 11 ที่ผ่านมานั้น ตอนนี้ยอดได้แตะ 1ล้านเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากที่รุ่นก่อนหน้านี้ต้องใช้เวลาถึง 74 วัน ไม่เพียงเท่านี้ ตัว iPhone Native App ที่อนุญาติให้ user download และซื้อผ่าน App Store ทาง itunes นั้น เพิ่งผ่านมาได้แค่ไม่กี่วัน บัดนี้ได้มีการ download ไปแล้วถึง 10ล้าน download !!!

HOT จริงๆ บริษัทนี้..

ว่าแล้ว ผมก็ตามกระแส (จริงๆก็อยากใช้มานาน) นั่นก็คือ mobile me ก็เลยได้ไป register และใส่ข้อมูลลงทะเบียนเพื่อขอใช้ mobile me แบบ trial ซึ่งก็ต้องเจอ surprise 2 อย่าง อย่างแรกคือเมื่อตอน register พอรู้ว่าเรามาจากประเทศไทย ตรงส่วนที่เป็น state/province นั้น ก็มีตัวเลือกของประเทศไทยให้ด้วย! surprise สุดๆ เพราะไม่คิดว่า apple จะใส่ใจ



Surprise อย่างที่ 2 ก็คือ ถ้าจะใช้ mobile me ได้นั้น iPhone จะต้องไป upgrade เป็น 2.0 ก่อน ซึ่งตรงนี้ได้ข่าวมาว่าเมื่อ update แล้วต้องไปทำการ hack หรืออะไรมากมายอีก.. ดังนั้นว่าแล้วเดี๋ยวขอไปแวะดู pdamobiz update ข่าว iphone หน่อยละกัน

วันจันทร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑

สงคราม Blu-Ray และ HD DVD

เมื่อการต่อสู้ระหว่าง 2 format ในการดูหนังแบบละเอียดสุดๆ ที่ต้องบอกว่า technology นั้นเหมือนกันยังกะแกะ ต่างกันแค่ชื่อเรียกอย่าง Blu-Ray ของ Sony และ HD DVD ของ Toshiba ได้มาถึงจุดสิ้นสุดลงแล้วเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อทาง Toshiba ได้ออกมาประกาศยอมแพ้และประกาศยุติการผลิตเครื่อง hardware สำหรับ HD DVD

ก่อนหน้านี้การแย่งชิงตลาดความเป็นใหญ่ในการทำหนังความละเอียดสูงนั้น ทาง Sony และ Toshiba ต่างแย่งกันหา partner ค่ายหนังเพื่อผลิตหนังความละเอียดสูงใน format ของตน ซึ่งหลายเจ้าเอนเดียงมาทาง Blu-Ray ซะเยอะ ส่วนหนึ่งเค้าบอกกันว่า แค่ชื่อ blu-ray ก็ฟังดูเท่กว่า HD DVD เยอะ

อย่างไรก็ตาม การยอมแพ้ครั้งนี้ส่งผลกระทบให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่อีกหนึ่งคือ XBox ที่ได้ทำการผลิต hardware ของตัวเองเพื่อสนับสนุน HD DVD นั้น ก็ต้องออกมาประกาศยกเลิกการผลิตด้วยเช่นกัน

ดีครับ ที่เลิกทะเลาะกันซะที เพราะว่าก่อนหน้านี้ทางผู้บริโภคเองก็ปวดหัวเหมือนกันว่าจะซื้อเครื่องเล่น blu-ray หรือ เครื่องเล่น HD DVD ดี (เพราะว่ามันแยกกัน) ถึงตอนนี้ก็ไม่ต้องเลือกแล้ว แต่ว่าสงสารคนที่ซื้อเครื่อง HD DVD ไปแล้วเน๊ยะอ่ะดิ

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ล่าสุด 2 อาทิตย์ที่แล้วผมก็ได้เห็น blu-ray ในแบบเถื่อนๆ แผ่นละไม่กี่ร้อยที่ตึก fortune.. คนเอเชียเรานี่เก่งจริงๆ

วันอาทิตย์ที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ย่อขยายภาพแบบใหม่ ไม่เอาอัตราส่วน เอาความสำคัญของภาพแทน

ที่ทาง SIGGRAPH2007 ที่ผ่านมา ล่าสุดได้มีการแสดงผลงานการทดลองของ 2 นักวิทยาศาสตร์ Shai Avidan และ Ariel Shamir ในประเด็นของการย่อรูปภาพให้มีขนาดเล็กลง โดยแทนที่จะย่อรูป ซึ่งใช้การ scale อัตราส่วนแบบเดิมๆ คราวนี้ เค้าวัดเอาจุดความสำคัญของรูปมาก่อน (Energy function) จากนั้น ทำการย่อโดยการพับเก็บส่วนที่สำคัญน้อยกว่า จากบนลงล่าง และจากซ้ายไปขวา ของจุดสำคัญดังกล่าว ทำให้ภาพถูกย่อหายไปนั้น ไม่ถูกบั่นทอนจุดที่สำคัญใดๆ ออกไป

อ่านแล้วงง ลองดู video จาก YouTube ด้านล่างนี่ดูนะครับ หรือจะเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Ariel Shamir เลยก็ได้ที่ http://www.faculty.idc.ac.il/arik ครับ

วันอาทิตย์ที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

Flash support H.264 + Flash Player 9 beta 2

Adobe ออกมาแถลงการณ์ว่า Flash Player รุ่นถัดไปโค้ดเนม "Moviestar" จะสนับสนุน codec แบบ H.264

เดิมทีนั้น Adobe ใช้ codec VP6 ของบริษัท On2 มาตั้งแต่ Flash 8 และสืบเนื่องมาจนถึง Flash 9 แต่ก็อย่างที่เรารู้กันดีว่าวิดีโอของ FLV คุณภาพไม่ค่อยจะดีนัก ยิ่งไมโครซอฟท์ออก Silverlight ที่จุดขายเป็นวิดีโอแบบ VC-1 ยิ่งเห็นข้อแตกต่าง

Flash ตัวใหม่จะสนับสนุน H.264 ซึ่งใช้ใน Blu-ray และ HD DVD โดยความสามารถนี้ถูกใส่มาใน Flash CS3 แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีตัว Player ที่เล่น H.264 ได้เท่านั้น เมื่อตัว Player ออกมาก็ใช้ CS3 สร้างได้ทันที

เทคโนโลยีด้านวิดีโออีกตัวที่จะเพิ่มเข้ามาคือ codec แบบ VP7 ซึ่งทาง On2 อ้างว่ามีคุณภาพดีกว่า H.264 เสียอีก ข้อดีอีกข้อคือ Flash Player ตัวปัจจุบันเล่นได้แล้ว เพียงแต่ยังไม่สามารถสร้างได้จาก Flash CS3 (ต้องรอ CS4 หรือไม่ก็รุ่นอัพเดต) ทางออกในตอนนี้ต้องใช้วิธีสร้างจากโปรแกรมอื่นแล้วเซฟเป็น FLV ครับ

ผมดูจากในเว็บของ Adobe Labs พบว่า Flash Player ตัวใหม่นี้จะยังนับเป็นเวอร์ชัน 9 อยู่ โดยเรียกว่าเป็น Flash Player 9 Update

ที่มา - Streamingmedia.com, Adobe Press

---------------------------------------------------
ข้อมูลข้างต้นมาจาก blognone นะครับ สำหรับตอนนี้ Flash Player 9 Update 3 beta 2 ออกมาให้ได้ download ใช้กันแล้วนะครับ ทั้ง 3 platform คือ windows, mac, linux ซึ่งแน่นอนครับ support H.264

Another Dropdown menu

Drop down menu อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่พักหลังๆ ก็ได้เห็นหลากหลายวิธีในการจัดการกับ drop down menu ที่มี menu มากๆ ซึ่งหลายครั้ง มากจนยากที่จะใช้งาน

CNN.com เป็นตัวอย่างที่เคยพูดถึงไปแล้ว ว่าได้มีการนำ DHTML มาใช้ในการทำ interface ให้มีหน้าตาเป็น drop down แต่พอกดแล้วก็ออกมาเป็น List menu เพื่อความง่ายกว่าในการใช้งาน

วันนี้ได้ไปเห็นเว็บไซต์ของ hp.com ซึ่งมีส่วนของการทำ dropdown ให้ user เข้ามาเลือกภาษาและประเทศที่ตัวเองตัองการ และจากการดูจาก list แล้ว คาดว่าน่าจะมีรายชื่อภาษาและประเทศรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 100 เป็นแน่ๆ

วิธีจัดการของเค้าก็คือการทำตัวขั้นเป็นระยะๆ โดยกั้นด้วยตัวอักษร ดังภาพ ซึ่งตรงส่วนของตัวอักษรนี่ เป็นส่วนที่ user จะ click หรือแม้จะ rollover ก็ยังไม่ได้ เรียกได้ว่า ถึงแม้ list จะยาวเหมือนเดิม แต่การค้นหา menu ที่ user ต้องการนั้น สามารถทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น



วันเสาร์ที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

Core Animation สิ่งใหม่ๆ จาก Apple

หลายคนเฝ้าติดตามกันอยู่ว่า วันจันทร์นี้เวลาค่ำๆ (ประเทศไทย) ที่งาน WDDC ซึ่งจัดโดย Apple นั้น Steve Jobs จะออกมาพูดอะไรบ้าง สิ่งที่แน่นอนที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ การเปิดตัว iPhone และการเปิดตัว OSX ตัวใหม่ code name ว่า Leopard

Leopard คาดการณ์ว่าจะเข้ามาเปลี่ยนแปลง interface ของ computer ในโลกปัจจุบันให้เป็นสิ่งที่ล้าสมัยและน่าเบื่อกันไปข้างหนึ่งเลย เพราะด้วย feature CORE ANIMATION ที่จะช่วยเสริมความสามารถด้าน animation ให้กับ OSX ตัวใหม่นี้จะทำให้ developer นั้นสามารถเล่นอะไรได้เยอะขึ้นกับ interface บน desktop

ดังตัวอย่างที่จะให้ดูด้านล่างนี้

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างของ program ใหม่ที่ชื่อว่า Disco ซึ่งเป็น program สำหรับ burn CD จุดเด่นก็คือขณะที่ program นี้ทำการ burn CD ด้านบนของกรอบ window ก็จะมีควันลอยออกมา ซึ่งหากเราเป่าลมเข้าไปทาง microphone ที่ติดอยู่กับเครื่อง ก็จะทำให้ควันนั้นเหมือนกับว่าถูกลมปากเราพัดออกไปยังงัยอย่างนั้น



ทั้งหมดนี้ก็ต้อง Core Animation ที่ว่าน่ะแหละ ที่จะช่วยเสริมเรื่อง graphic ให้กับ interface ของ mac OSX Leopard

วันอังคารที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

MultiTouch มาอีกแล้วว


แต่คราวนี้มาพร้อมกับ invention ใหม่จาก Microsoft.. Coffee Table

ไม่พูดมาก ลองดูเอาเองละกัน วิธีการโหลดรูปเข้ากล้อง ออกจากกล้อง เท่ซะไม่มี หรืออีก clip หนึ่งเป็นการ show การเล่นหมากรุกข้ามประเทศ แต่ดูแล้วเหวอๆยังงัยไม่รู้

Brightcove new way to deliver video


วันสองวันนี้ได้รู้จักกับ Brightcove (brightcove.com)

ที่ได้รู้จักก็เพราะว่าได้เข้าไปดู video demo การนำ multitouch มาใช้บนโต๊ะโดย Microsoft และ video การให้สัมภาษณ์ของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ Steve Jobs และ Bill Gates ที่ All things Digital ซึ่งทั้ง 2 ที่นี้ใช้การแสดง video streaming จาก Brightcove

ที่ติดใจอย่างแรกคือ interface หน้าตาที่สวยจริงๆ ดูแล้วน่าใช้มากๆ เป็นการนำความสามารถของ flash มาใช้ได้อย่างดี

แต่ข้อเสียที่สัมผัสได้คือ มีความรู้สึกว่า Brightcove นี่จะ require bandwidth ที่สูงใช้ได้เลยทีเดียว (ซึ่งตรงนี้อาจจะไม่มีปัญหาสำหรับ user ในอเมริกา)

Brightcove เป็นบริษัทที่ทำ video delivery คล้ายๆกับ youtube น่ะแหละแต่ว่าเจ๋งกว่า หลักๆคือเราสามารถ upload video ของเราขึ้นไปได้ และทำ link ให้สามารถแสดง video เหล่านั้นบนเว็บของเรา และก็แน่นอนสามารถ search และดูได้จากเว็บของ brightcove เอง

แต่ brightcove มีมากกว่านั้น

Brightcove มี features ที่น่าสนใจมากๆ นั่นคือการส่งเสริมทางด้านการขาย media และ advertising จาก video ของเรานี่แหละ เช่น หากเรามี video ที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็น music video หรือ content ที่น่าสนใจต่างๆ เราก็สามารถเก็บเงินจากตรงนี้ได้ หรือเราสามารถที่จะทำการขายโฆษณาสำหรับ content เราได้ (พวกโฆษณาที่ขึ้นก่อนหน้าที่เราจะได้ดู video จริงน่ะแหละ) โดยการขายโฆษณาตรงนี้ ทาง brightcove ให้ option เรา 2 อย่าง คือ ทั้งแบบเราหา sponsor เอง หรือทาง brightcove เป็นคนจัดการให้ (แล้วรายได้ก็หารกันครึ่งๆ)

นอกจากนี้ เรายังสามารถสร้าง Internet TV เป็น ช่องของเราเองได้ง่ายๆ แน่นอนในความหมายของคำว่า Internet TV ก็คือ ช่องที่มีรายการ TV เยอะๆ มีอะไรให้ดูตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ clip ดังนั้น ด้วยระบบจัดทำขึ้นมาขอ brightcove สามารถทำให้เรานั้นเข้าไป manage content ที่มีอยู่ได้ เรียบลำดับการขึ้นของ content ก่อนหลังได้ ตั้งเวลาได้ และแน่นอนเรื่องเดิม คือมีการจัดการด้านการโฆษณาได้

Brightcove เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าธุรกิจ online ตอนนี้ชักจะรุ่งใหญ่แล้ว จากที่ได้อ่านในนาสพ.ไม่นานมานี้ว่า เม็ดเงินจากการโฆษณาปกติ ไม่ว่าจะเป็น สื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อโทรทัศน์นั้นชักจะหายลงไปเรื่อยๆ แต่กลับเทมาให้กับสื่อออนไลน์ได้เยอะไม่น่าเชื่อ ว่าแล้วเดี๋ยวจะหา ตัวเลขพวกนั้นมาให้อ่านกัน

สำหรับใครที่สนใจจะอ่าน ก็เข้าไปดูรายละเอียดและ interface ที่ว่าสวยงามนักสวยงามหนาได้ที่ brightcove.com

วันจันทร์ที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

YouTube ในแบบของ Sony Japan



อ่านข่าวหนังสือพิมพ์เจอมาว่า sony ญี่ปุ่นได้ทำการสร้างเว็บสำหรับให้สาวก sony เข้าไป upload และ view video ของตัวเองและชาวบ้านได้ เรียกง่ายๆก็คือ YouTube ใน version ของ sony น่ะเอง

เว็บนี้ชื่อ eyevio .. เข้าได้จาก http://www.eyevio.jp

ดูแล้วสวยดี สวยกว่า youtube เยอะ ส่วนการใช้งานนั้น ยังดูได้ไม่ละเอียดมาก เพราะอ่านภาษาญี่ปุ่นไ่ม่ออก